ประวัติ พ่อท่านชอบ โชติธมฺโม วัดจำปาวนาราม - พ่อท่านชอบ โชติธมฺโม วัดจำปาวนาราม

Breaking

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ประวัติ พ่อท่านชอบ โชติธมฺโม วัดจำปาวนาราม


ประวัติ

         พ่อท่านชอบ โชติธมฺโม มีนามเดิมว่า นายชอบ ไชยฤทธิ์ เกิดวันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2471 แรม 14 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโมง มีบิดาชื่อ นายชุ่ม ไชยฤทธิ์ มีมารดาชื่อ นางศีล ไชยฤทธิ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 8 คน คือ

1.นายทิ้ง ไชยฤทธิ์
2.นางชูไชยฤทธิ์
3.นายชอบ ไชยฤทธิ์
4.นายเชี่ยว ไชยฤทธิ์
5.นางช่วย ไชยฤทธิ์
6.นายแช่ม ไชยฤทธิ์
7.นายเชือบ ไชยฤทธิ์
8.ได้ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเด็ก

        ซึ่งพ่อท่านชอบเป็นบุตรคนที่ 3 มีบ้านเดิมอยู่ที่ ม.4 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และเมื่ออายุได้ 13 ปี ท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านถ้ำใหญ่ ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังจากย้ายไปอยู่ถ้ำใหญ่ได้ประมาณ1ปี ก็ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นในสมัยนั้น

         สำหรับด้านการศึกษาเมื่อตอนเด็กท่านได้ศึกษาที่ โรงเรียนปากแพรก (ปัจจุบันชื่อ โรงเรียนเทศบาลวัดชัยชุมพล) ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จนจบ ป.3 ท่านก็ได้ย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดถ้ำใหญ่ ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จากความขยันหมั่นเพียรหมั่นเรียนเขียนอ่าน ท่านจึงศึกษาจนจบ ป.4

         ในขณะเรียนพ่อท่านชอบท่านเป็นเด็กท่านมุ่งมานะขยันหมั่นเพียร ขยันเรียน และเป็นเด็กกตัญญู ท่านได้ช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนามาตลอด และเมื่อพ่อท่านชอบมีอายุได้ 22 ปี ท่านก็ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์แต่งงานกับภรรยาและมีบุตร3คน

         จนมาถึงตอนท่านมีอายุได้ 27 ปี ท่านก็ได้ละทางโลกเดินเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ที่วัดถ้ำใหญ่ อ.ถ้ำใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีพระครูชลาการสุมน (พ่อท่านเดช) วัดควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระครูสุขุมพรหมคุณ (พ่อท่านปลอด ) วัดสุวรรณรังษี อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ส่วนพระอนุสาวนาจารย์ท่านจำไม่ได้ว่าเป็นพ่อท่านอะไร และหลังจากท่านบวชได้ 1 พรรษา ท่านก็มีภาระหน้าที่ทางโลก จึงทำให้ท่านต้องลาสิกขาจากร่มกาสาวพัสตร์มาสู่ทางโลกอีกครั้ง

         เมื่อถึงตอนท่านอายุได้ 72 ปี ท่านก็รู้สึกเบื่อหน่ายทางโลก เพราะทางโลกมีแต่ รัก โลภ โกรธ หลง มีแต่ความอิจฉาริษยา ท่านจึงตัดสินใจละทางโลกเดินเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ที่วัดนากุล ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระครูประโชติธรรมาวุธ (พ่อท่านยม) วัดนากุล เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระจำเลือง สุจิตโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์และมีพระครูสุนทร บุญทัต เป็นพระอนุสาวนาจารย์

         เมื่อบวชเสร็จแล้วพ่อท่านชอบได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดโสภณติธาราม (วัดเราะ) ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ท่านจำพรรษาที่วัดเราะได้ประมาณ 1 พรรษา จากนั้นก็ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดคงคาเลื่อน (วัดน้ำตก) ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่พ่อท่านชอบได้จำพรรษาอยู่ที่วัดคงคาเลื่อน ท่านก็ศึกษาร่ำเรียนในทางธรรมไปด้วย สมัยนั้นท่านต้องเดินทางไปเรียนที่วัดท่าสูง ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จนถึงปี พ.ศ. 2546 ท่านมีอายุ 75 ปี 4 พรรษา ก็ได้สอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี

         พ่อท่านชอบท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดคงคาเลื่อนได้ประมาณ 3 พรรษา ก็ได้มีญาติโยมมานิมนต์ท่านให้ไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ควนตอ ต.บางขัน อ.บางขัน จ.นครศรธรรมราช เพื่อจะได้บำรุงพัฒนาสำนักสงฆ์ควนตอให้คงอยู่กับศาสนาพุทธสืบต่อไป ซึ่งตอนนั้นเป็นสำนักสงฆ์ร้าง พ่อท่านชอบได้จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์ควนตอประมาณ 3 พรรษา ท่านได้สร้างผลงานช่วยบำรุงพัฒนาพุทธศาสนสถานจนสำนักสงฆ์ควนตอยังคงอยู่คู่พระพุทธศาสนาต่อไปจนถึงปัจจุบันนี้

         จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2551 ก็ได้มีญาติโยมมานิมนต์ท่านให้ไปจำพรรษาที่วัดจำปาวนารามม.3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมาช่วยบำรุงพัฒนาพุทธศาสนสถาน และมาช่วยสงเคราะห์ญาติโยม ในยามที่ญาติโยมเดือนร้อนหรือทุกข์ใจ

         ต่อมาเมื่อถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พ่อท่านชอบก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจำปาวนารามจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับที่วัดจำปาวนารามพ่อท่านชอบก็ได้สร้างผลงานทางด้านพุทธศาสนสถานไว้มากมาย จนทำให้วัดจำปาวนารามเจริญด้วยถาวรวัตถุจนถึงทุกวันนี้

ด้านการศึกษาพุทธาคมไสยเวทย์

         พ่อท่านชอบ ท่านมีความชอบในด้านไสยศาสตร์ไสยเวทย์ อักขระเลขยันต์ มนต์คาถา มาตั้งแต่เด็กๆ โดยท่านมีอาจารย์คนแรกก็คือโยมพ่อของท่าน โยมพ่อของท่านได้ถ่ายทอดพุทธาคมให้ตั้งแต่ยังเด็กๆ โยมพ่อของท่านร่ำเรียนอะไรมา รู้อะไรเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือจะเป็นอักขระเลขยันต์ โยมพ่อก็ได้ถ่ายทอดให้พ่อท่านชอบจนหมดสิ้น เพื่อให้พ่อท่านชอบเรียนไว้เพื่อป้องกันตัวและเพื่อสืบต่อพุทธาคมไว้ให้คงอยู่สู่รุ่นลูกสู่รุ่นหลานต่อไป

         ต่อมาเมื่อพ่อท่านชอบมีอายุได้ประมาณ 27-28 ปี ท่านได้เจอกับฆราวาสอาจารย์สักชื่อดังในสมัยนั้น ที่เชี่ยวชาญเรื่องอักขระเลยยันต์ เชี่ยวชาญทางด้านเวทมนต์คาถา เชี่ยวชาญทางด้านไสยศาสตร์ คือ อาจารย์รังสรรค์ รังสิตสวัสดิ์ในสมัยนั้นในแถบจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงน้อยนักที่ใครจะไม่รู้จักอาจารย์รังสรรค์ อาจารย์รังสรรค์ท่านโด่งดังมากทั้งในเรื่องไสยเวทย์หรือแม้แต่เรื่องหน้าที่การงาน เพราะท่านทำงานอยู่กรมรถไฟหลวงหรือปัจจุบันคือการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านเคยเป็นนายสถานีร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ต่อมาได้ย้ายไปเป็นนายสถานีโคกคราม จ.นครศรีธรรมราช และสุดท้ายท่านได้ย้ายไปรับตำแหน่งสารวัตรเดินรถแขวงหาดใหญ่ อาจารย์รังสรรค์ท่านเป็นหลานเขยของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เนื่องจากภรรยาของอาจารย์รังสรรค์เป็นหลานของท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช อาจารย์รังสรรค์ท่านเคารพนับถือท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชมากและจะเรียกท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชว่า (อาขุน) และอาขุนก็รักเอ็นดูเมตตามากกับหลานเขยท่านนี้ เวลามีพิธีไหว้ครูของอาจารย์รังสรรค์ ถ้าท่านขุนพันธรักษ์ราชเดชไม่ติดราชการด่วนหรือธุระสำคัญจริงๆ ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช ก็จะมาเข้าร่วมพิธีไหว้ครูของอาจารย์รังสรรค์ตลอด

         อาจารย์รังสรรค์ได้เรียนวิชาสืบพุทธาคมจากสายเขมร ซึ่งอาจารย์ท่านเป็นคนเขมรและได้มาบวชอยู่ในประเทศไทย คือหลวงพ่อประสงค์ พุทธเสโรหลวงพ่อประสงค์ได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้อาจารย์ประสงค์จนหมดสิ้น จากนั้นอาจารย์รังสรรค์ยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์และได้สืบทอดพุทธาคมจากพ่อท่านหมุน ยสโร แห่งวัดเขาแดงตะวันออก เกจิชื่อดังของจังหวัดพัทลุงด้วย และอาจารย์รังสรรค์ก็ยังได้เรียนวิชาเพิ่มเติมกับอาจารย์อีกหลายท่าน

         กลับมาพูดถึงเรื่องของพ่อท่านชอบเมื่อพ่อท่านชอบได้เจอกับอาจารย์รังสรรค์ท่านก็ได้ติดตามรับใช้อยู่กับอาจารย์รังสรรค์อยู่เป็นเวลานาน กว่าอาจารย์รังสรรค์จะไว้เนื้อเชื่อใจเมตตาสอนวิชาให้ก็ใช้เวลานานพอสมควร

         พ่อท่านชอบเล่าว่า เมื่ออาจารย์รังสรรค์ไว้เนื้อเชื่อใจท่าน ตอนแรกท่านก็เมตตาสอนวิชาให้แค่บางส่วนเท่านั้น พ่อท่านชอบก็ได้ฝึกฝนวิชาที่อาจารย์รังสรรค์สอนให้ด้วยความเพียรขยัน ฝึกฝนอย่างตั้งใจจนสุดท้ายอาจารย์รังสรรค์ได้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการร่ำเรียนวิชาของพ่อท่านชอบ อาจารย์รังสรรค์จึงได้ทำพิธีครอบมือให้พ่อท่านชอบรับพ่อท่านชอบเป็นศิษย์เอกเพื่อที่จะให้พ่อท่านชอบได้สืบพุทธาคมทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์รังสรรค์ได้ร่ำเรียนมา และเพื่อให้พ่อท่านชอบได้เป็นตัวแทนสืบพุทธาคมของอาจารย์รังสรรค์เพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์ในภายภาคหน้าต่อไปการที่อาจารย์รังสรรค์จะทำพิธีครอบมือให้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครๆจะได้รับการทำพิธีครอบมือจากอาจารย์รังสรรค์ได้ มีลูกศิษย์ลูกหามากมายหลายท่านที่อยากจะทำพิธีครอบมือแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครได้ทำพิธีครอบมือจากอาจารย์รังสรรค์ มีเพียงแค่พ่อท่านชอบเท่านั้นที่ได้รับการทำพิธีครอบมือจากอาจารย์รังสรรค์

         ต่อมาเมื่อพ่อท่านชอบได้ทำพิธีครอบมือแล้ว อาจารย์รังสรรค์ก็ได้สอนวิชาสอนพุทธาคมให้จนหมดสิ้น หลังจากนั้นก็ให้พ่อท่านชอบช่วยอาจารย์รังสรรค์สักให้ลูกศิษย์ลูกหาที่ศรัทธาเป็นต้นมา สำหรับเส้นสายลายยันต์ทุกๆองค์ยันต์ที่ติดอยู่คู่กับสังขารของพ่อท่านชอบ ล้วนแล้วแต่อาจารย์รังสรรค์ได้เมตตาสักให้พ่อท่านชอบเองกับมือ

         ต่อมาอาจารย์รังสรรค์ก็ได้พาพ่อท่านชอบไปกราบหลวงปู่หมุน ยสโร แห่งวัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง พ่อท่านหมุนก็ได้ทำพิธีเสกน้ำมันงา จากที่น้ำมันงาเป็นของเหลว เสกเสร็จกลับกลายเป็นไขเป็นก้อนเหมือนสีผึ้ง แล้วพ่อท่านหมุนก็ได้ป้อนให้พ่อท่านชอบกินก้อนน้ำมันงาเสกนั้นด้วย ในคืนนั้นเองพ่อท่านหมุนก็ได้ถ่ายทอดวิชาการเสกน้ำมันงาให้

         มีอยู่ครั้งหนึ่งในงานพิธีไหว้ครูของอาจารย์รังสรรค์พ่อท่านชอบได้เล่าว่า ขณะทำพิธีอยู่นั้นได้มีงูบองหลา (งูจงอาง) ตัวใหญ่มาก ได้เลื่อยเข้ามาอยู่ในกลางพิธี ลูกศิษย์ลูกหาที่มาเข้าร่วมพิธีต่างตกใจกันเพราะงูบองหลาทุกคนก็รู้ดีว่ามีความดุร้ายและมีพิษร้ายแรงขนาดไหน หลังจากที่งูบองหลาเลื่อยเข้ามาอยู่กลางพิธี อาจารย์รังสรรค์ได้ท่องคาถาและพูดออกมาว่า " อย่าทำไรใครนะ " คืออย่าทำอันตรายใครนะหลังจากนั้นงูบองหลาตัวนั้นก็เหมือนถูกมนต์สะกด นอนสงบแน่นิ่ง ลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ในพิธีก็เข้าไปจับไปลูบงูตัวนั้น แต่งูก็ได้นอนแน่นิ่งราวเหมือนกับว่าเป็นสัตว์ที่เราเลี้ยงไว้จนเชื่องแล้ว งูบองหลาตัวนั้นไม่ได้ทำอันตรายลูกศิษย์ท่านใดเลย จนอาจารย์รังสรรค์ได้พูดออกมาว่า " ออกไปได้แล้วลูกศิษย์ทุกคนได้ประจักษ์ถึงความศักดิ์สิทธิแล้ว " จากนั้นงูบองหลาตัวนั้นก็ได้เลื่อยออกไปจากพิธี

         ในสมัยก่อนประวัติของพ่อท่านชอบเมื่อตอนเป็นฆราวาสก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ท่านได้ช่วยตำรวจจับโจรผู้ร้ายมานักต่อนัก หลายคดีที่คดีปิดลงได้ก็เพราะพ่อท่านชอบองค์นี้ ระยะหลังมาเมื่อมีโจรผู้ร้ายออกอาละวาดทั้งชาวบ้านหรือแม้แต่ตำรวจเองก็ยังมาตามให้พ่อท่านชอบไปช่วยจับ แต่พ่อท่านชอบท่านช่วยโดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด ไม่เคยแม้แต่สักครั้งที่ไปช่วยแล้วจะต้องเรียกเงินเรียกทอง พ่อท่านชอบท่านช่วยด้วยความเต็มใจเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อพ่อท่านชอบช่วยจับโจรผู้ร้ายและปิดคดีลงได้แล้ว มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บังคับบัญชาได้บอกให้พ่อท่านชอบทำหนังสือขอความดี แต่พ่อท่านชอบก็หาได้ทำไม่ ท่านบอกว่า “ ไม่รู้จะขอไปทำไมความดงความดี ก็ที่เราทำอยู่ก็คือความดีอยู่แล้ว แล้วจะขอไปทำไมอีก ที่ช่วยเพราะช่วยด้วยความเต็มใจ ”

          พ่อท่านชอบเป็นพระที่สมถะเรียบง่าย เป็นพระที่ชาวบ้านและลูกศิษย์ให้ความเคารพนับถือศรัทธาเป็นอย่างมาก ท่านมีเมตตาต่อชาวบ้านและลูกศิษย์เสมอ ไม่ว่าชาวบ้านหรือลูกศิษย์จะเดือนร้อนหรือทุกข์ใจเรื่องใด ท่านก็เมตตาช่วยเหลือตลอด และท่านก็ช่วยเหลือทุกคนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะรวยหรือจนท่านก็ช่วยเหลือทุกคนที่เข้าไปหาเข้าไปกราบท่าน ท่านไม่เคยถือตัวไม่เคยอวดว่าตัวท่านเองเก่ง ใครที่เคยเข้าไปกราบเข้าไปสนทนากับท่านก็จะรู้สึกถึงความประทับใจในความเมตตาของท่านทุกคน ตัวผมเองนี้ชอบไปสนทนากับท่านเพราะระหว่างสนทนาท่านจะแฝงด้วยธรรมะแฝงด้วยคติ เพื่อให้เราคิดดีทำดี เป็นคนดีในสังคม ท่านยังบอกอีกว่า “ ความดีให้ทำไปเถอะ ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นในการทำความดีของเราแต่อย่างน้อยตัวเราเองก็ยังเห็นเสมอว่าเราทำดี” สำหรับใครที่เคยเข้าไปหาเข้าไปกราบท่าน ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่านี้คือ *** พระแท้อีกองค์ ที่ก้มลงกราบได้อย่างสนิทใจ ***

รวบรวมและเรียบเรียงโดย : พญาเสือนอนกิน